7 minutes

Enjoy Daily Life

7 minutes

Now.. 5.47AM. I woke up tooooooo early. I can go back to sleep but I didn’t. After I woke up and I didn’t want to go back to sleep so I find 7 minutes workout from youtube : “The Scientific 7-Minute Workout” :

The Scientific 7-Minute Workout

My best friend recommended for this work out. He did it 3 rounds o.O, just one round is okay for newbie like me hahahaha.

I’m thinking, what can I do for 7 minutes in a day? Someone will exercise like I did it today. Someone will do meditation, yoga to calm and focus in their mind.

For me, actually I used to write a daily journal diary in my notebook (real notebook, not laptop LOL). To recall daily what’s happening in my life. I noted both good and bad things or thinking and I will note two keywords are..

(D) –…

View original post 223 more words

Advertisements

ลืมนึกถึงตัวเอง

Enjoy Daily Life

ลืมนึกถึงตัวเอง

คนเราบางทีก็นึกถึงคนอื่นจนลืมนึกถึงตัวเอง

ลืมว่าตัวเราเองนั้นมีชีวิต มีจิตใจ มีความรู้สึก เช่นเดียวกันกับคนอื่น

เรามักจะนึกถึงความรู้สึกคนอื่นก่อนเสมอ…

การนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นเป็นสิ่งที่ดี ที่ควรปฏิบัติ

แต่บางครั้งเราก็คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นโดยที่ ละเลย จนกระทั่ง เบียดเบียนความรู้สึกของตัวเอง

ทำอย่างไร จึงจะนึกถึงคนอื่นให้น้อยลง..

ไม่สิ.. ต้องบอกว่า ทำอย่างไรจะนึกถึงตัวเองให้มากขึ้น

การนึกถึงตัวเองสำหรับเรา คือ…

รักตัวเอง

โอ๋ตัวเอง

ดูแลตัวเอง

พอเราทำทุกอย่างเพื่อดูแลความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว

เราจะไม่มีเวลามานั่งนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นเลย

ทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร

เราเริ่มต้นดูแลตัวเองใหม่ได้ตลอดเวลา

เราไม่ได้บอกให้เห็นแก่ตัว

แต่เราต้องนึกถึงความรู้สึกคนอื่นอย่างมีขอบเขต

โดยที่ไม่ให้ความรู้สึกนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเรา

เหมือนที่เราเคยได้ยินประโยคที่ว่า “เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด”

ดังนั้น เวลาที่เรารู้ตัวว่าเอาความรู้สึกของตัวเองไปคิดถึงคนอื่น.. มากเกินไป..

เราต้องเอาตัวเองออกมาจากตรงจุดนั้น

และจะต้องกลับมาดูแลความรู้สึกของตัวเองให้ได้เร็วที่สุด

ตอนนี้เรามีตัวเราเอง

เราเป็นเจ้าของความคิดของตัวเอง

จึงต้องดูแลความคิด ความรู้สึกของตัวเองให้ดี

เราถึงจะสามารถดูแลความรู้สึกของคนอื่นได้

ถ้าวันนี้เรายังดูแลความรู้สึกของตัวเองไม่ได้

เราก็ไม่ควรที่จะยื่นมือไปดูแลความรู้สึกของคนอื่น

เริ่มต้นดูแลความรู้สึกของตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้

ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร

เราก็จะไม่เสียใจ…

ที่วันนี้เราได้เริ่มต้นดูแลความรู้สึกของตัวเอง…

View original post

Take a deep breath

Last week was suck!!!

I was tired … tooooooo tired, I was depressed, I was stressed out, I cried a lot. There are many problems that I had to solve. There are many people that I had to handle.

Toooooooooooooooo tired. But I think I’m okay now.

Now I’m taking a deep breath…

Inhale… exhale…

Inhale… exhale…

Inhale… exhale…

I always say “Everything will be alright” to me. That’s absolutely true. Everything will get through and everything will be fine. There are many people who get in trouble, and they can handle. Me too. I think I can handle, even not in a good way but I think I can handle and accept consequences that from my decision to solve my problems.

I think the problem is, I focused everything, everybody but myself. I forgot myself, my happiness and my quality of life.

So from now on, I would focus on myself, my work, my financial, my health, my hobbies and my independent happiness. I have many things to do more than focus on everything but me.

Sorry to myself, that I forgot you for a moment.

So this week I would take care of myself more, take a break and take a deep breath. And just love myself more. And I would keep doing those things from now on…

Yes, everything will be alright.

7 minutes

7 minutes

Now.. 5.47AM. I woke up tooooooo early. I can go back to sleep but I didn’t. After I woke up and I didn’t want to go back to sleep so I find 7 minutes workout from youtube : “The Scientific 7-Minute Workout” :

The Scientific 7-Minute Workout

My best friend recommended for this work out. He did it 3 rounds o.O, just one round is okay for newbie like me hahahaha.

I’m thinking, what can I do for 7 minutes in a day? Someone will exercise like I did it today. Someone will do meditation, yoga to calm and focus in their mind.

For me, actually I used to write a daily journal diary in my notebook (real notebook, not laptop LOL). To recall daily what’s happening in my life. I noted both good and bad things or thinking and I will note two keywords are..

(D) – “D” [/diː/] that pronounce in Thai it means “good”. I will use “D” for a good thing or feeling or thinking that happened

(B) – “Bad” mean a bad thing or feeling or thinking that happened today

Such as…

“Today I woke up early (D) and I did 7 minutes workout (D) and I felt good (D). But my stomach is uncomfortable (B) maybe I never wake up toooooo early like this. Maybe it’s not get uses to…”

When I finish for daily journal, I will count number of good/bad things to summarize which one much more…

From my sample above, I got three “D” and one “B” .. so I can say today is a good day for me.

It’s easy to do just 7 minutes in a day. I try to do that every day to recall and to appreciate every day even that day is a bad day. If “B” are more than “D”, I will find a reason why I got “B” more than “D”. And I will try to change my behavior to prevent any bad thing/feeling/behavior. And tomorrow I will do my best. If I do the best every day, I will not regret and be relieved.

How about you? Today is good day right? Let’s share our good day. :)

Have a good Monday ^_______^ (GMT+7)

ความรักที่หายไป..?

 

เวลาเราทำสิ่งของหายไป
เรามักจะกล่าวโทษคนอื่นก่อน ที่มาเอาของของเราไป
โดยที่บางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนคนนั้นเป็นใคร
หรือบางครั้งเราอาจจะวางลืมไว้ที่ไหนสักที่หนึ่งก็ได้
แต่เราได้กล่าวโทษคนอื่นไปแล้ว

ความรักก็เหมือนกัน

เวลาที่ความรักหายไป
เรามักจะกล่าวโทษสิ่งรอบข้าง
จนเราลืมมองหาเหตุผลที่แท้จริง
ว่าทำไมความรักถึงหายไป

จริงๆ ความรักไม่ได้หายไปไหน
ความรักอยู่รอบตัวเราตลอด
เราเองต่างหากที่พยายามทำตัวเป็นเจ้าของ
ทั้งที่ความรักไม่ต้องการให้ใครมาจองจำไว้
เหมือนคนเราโดนกักขังเอาไว้ในห้อง
เราก็จะพยายามทำทุกวิถีทางที่จะออกมาจากห้องนั้นให้ได้

ความรักก็เหมือนกัน

พอถูกขัง ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ออกมามีอิสระ
พอวันหนึ่งเราพบว่า ความรักไม่ได้อยู่ในห้องนั้นแล้ว
เราก็โทษสิ่งต่างๆ นาๆ ที่ทำให้เราเศร้า
ทั้งๆ ที่เราเองนั่นแหละ ที่เป็นคนทำให้ความรักหายไป

ดังนั้น
จงปล่อยให้ความรักอยู่กับเราอย่างมีอิสระ
มีช่องว่างที่พอดีซึ่งกันและกัน มีความปรารถนาดีให้กัน แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน
แบบนี้ความรักก็จะไม่หายไปไหน
เพราะเราให้อิสระกับความรัก
แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เราได้ให้อิสระกับตัวเราเอง

นั่นคือ การไม่ได้เป็นเจ้าของความรัก และไม่ให้ความรักมาเป็นเจ้าของชีวิตเรา

พอเป็นแบบนี้แล้ว เรากับความรัก น่าจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายใจ ไม่กดดัน ไม่อึดอัด…

จริงไหมความรัก?

ป่วยกาย = (แค่) ไม่สะดวก

วันก่อน (วันไหนสักวันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว) ไปทำงานแบบป่วยๆ ปวดหัว ปวดตา อยากจะนอนพักมาก ณ จุดนั้น นี่คงจะเป็นสัญญาณที่ร่างกายเริ่มฟ้องเจ้าของมันแล้วสินะ ว่าไม่ไหวแล้ว ต้องรีบดูแลฉันด่วนๆ เป็นผลให้ทำงานได้ไม่เต็มที่เลย ทำเสร็จไปแค่อย่างเดียวเอง ต้องขอโทษหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานด้วย 
แม้ว่าร่างกายเราจะป่วย แต่สภาพจิตใจเรายังดีอยู่นะ เรายังเฮฮา ยังเม้ามอย กับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ทำงานได้อยู่ 

ทำให้เรานึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เราเคยอ่านสมัยเรียนมัธยมฯ ต้น หนังสือเล่มนี้ ชื่อว่า “ไม่ครบห้า” โดย โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ เป็นหนังสือแปลจากภาษาญี่ปุ่น

  
เรื่องราวเกี่ยวผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งก็คือผู้เขียนนั่นเอง ที่เกิดมา มีแขน ขา ไม่ครบเหมือนคนอื่นๆ แต่ด้วยความที่เขามีจิตใจที่เข้มแข็ง และมีครอบครัวที่ดี ทำให้เขามีจิตใจที่แข็งแรงมาก และที่น่าทึ่งคือ เขาชอบเล่นกีฬา และเป็นอาจารย์สอนบาสเกตบอล!!!… น่าทึ่งใช่ไหมหละ? 

เราจำข้อความหนึ่งได้แม่น ว่า “ความพิการ คือ ความไม่สะดวก แต่ไม่ใช่ความไม่สบาย” เราอ่านข้อความนี้จบ เราก็เข้าใจและเห็นด้วยกับข้อความนี้มากๆ 

เวลาเราไม่สบาย เรามักจะเอาแต่คิดและบอกตัวเองว่า เราป่วยนะ ไม่ไหวแล้วหละ ทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมาก ทั้งที่เราอาจจะไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้นก็ได้ จริงๆ แล้วเราต่างหากที่คอยเอาแต่บอกตัวเอง ย้ำกับตัวเองว่า นี่ฉันป่วยนะ ไม่สบายนะ ฉันไม่ไหวแล้วนะ ฉันทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

เราคิดว่า พอเราบอกตัวเองแบบนั้นบ่อยๆ จิตใจเราจะสั่งสมองให้เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง สมองมันก็สั่งให้เราป่วย สั่งให้เราทนไม่ไหวจริงๆ

ถ้าอย่างนั้นแล้วเราลองมาสั่งสมองเราใหม่ดีไหม? ป้อนคำสั่งลงไปใหม่ ใส่แต่ความคิดที่ดีๆ ให้กำลังใจ เป็นความคิดในแง่บวกให้กับสมองของเรา จนกระทั่งสมองเชื่อแบบนั้นจริงๆ เพื่อไม่ให้จิตใจเราป่วยไปตามร่างกายที่กำลังไม่สบาย และยังช่วยให้รู้สึกดีกับตัวเองอีกด้วย

แล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะยิ้มให้กับตัวเองนะ ^_____^

ป่วยกาย แต่ไม่ป่วยใจ

——-

(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.google.co.th/search?q=%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2&ie=UTF-8&oe=UTF-8&hl=en-us&client=safari&gws_rd=cr&ei=E01PVrb0CcKvuQSxrY6YBg#gws_rd=cr&imgrc=ai0KN1nSUh5q1M%3A